เรื่องนี้เหมาะสำหรับใคร
ผู้ที่กำลังพิจารณาเข้าสู่วิชาชีพครู นักศึกษาครู และผู้ที่สงสัยว่าทำไมการเป็นครูจึงต้อง “มีใบอนุญาต” เหมือนแพทย์หรือทนายความ ไม่ใช่แค่จบปริญญาด้านการศึกษาแล้วสอนได้ทันที
ควรเริ่มเข้าใจอย่างไร
“กฎหมายวิชาชีพครู” ไม่ใช่กฎหมายฉบับเดียว แต่เป็นกลุ่มกฎหมายที่ทำให้ การสอน เป็น “วิชาชีพควบคุม” (controlled profession) คือมีองค์กรวิชาชีพ มีมาตรฐาน และมีใบอนุญาตกำกับ เช่นเดียวกับแพทย์ พยาบาล หรือวิศวกร
กฎหมายแกนหลักของแนวคิดนี้คือ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ซึ่งจัดตั้ง “คุรุสภา” ให้เป็นสภาวิชาชีพ ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ข้อที่มักสับสน: กฎหมายวิชาชีพครู ≠ กฎหมายข้าราชการครู — ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาเป็นเรื่องของ “สิทธิในการสอน” ส่วนสถานะข้าราชการเป็นเรื่องของ “การจ้างงานในระบบราชการ” คนสองเรื่องนี้แยกจากกัน ครูโรงเรียนเอกชนก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเช่นเดียวกับครูข้าราชการ แม้จะไม่ได้เป็นข้าราชการก็ตาม
ประเด็นสำคัญ
องค์กรวิชาชีพ: คุรุสภา
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 — จัดตั้งคุรุสภาเป็นสภาวิชาชีพของครู ทำหน้าที่ควบคุมมาตรฐานวิชาชีพ กำหนดจรรยาบรรณ และออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ครอบคลุมทั้งครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
กฎกระทรวงว่าด้วยการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550 — กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นกฎหมายที่ออกตามอำนาจของ พ.ร.บ.สภาครูฯ ข้างต้น
สถานะทางราชการของครู (คนละเรื่องกับใบอนุญาตวิชาชีพ)
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 — กำหนดระบบบริหารงานบุคคลของ “ข้าราชการครู” โดยเฉพาะ แยกจากระบบข้าราชการพลเรือนทั่วไป — นี่คือกฎหมายด้านการจ้างงาน ไม่ใช่กฎหมายวิชาชีพ แต่มักถูกพูดถึงคู่กันเพราะครูส่วนใหญ่ในระบบราชการต้องอยู่ภายใต้ทั้งสองฉบับพร้อมกัน
ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ: วิทยฐานะ
ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ วิทยฐานะ พ.ศ. 2553 — กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามวิทยฐานะ ซึ่งเป็นกลไกความก้าวหน้าในสายงานของข้าราชการครู
สิทธิประโยชน์ที่ผูกกับวิชาชีพครู
พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และ พระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 — กำหนดอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และสวัสดิการของครู ผ่านกองทุน สกสค.
ข้อควรระวัง
- เนื้อหานี้เป็นการสรุปเพื่อการเรียนรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
- มาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน/ต่อใบอนุญาต อาจมีประกาศหรือข้อบังคับของคุรุสภาที่ออกเพิ่มเติมและปรับปรุงอยู่เสมอ ควรตรวจสอบฉบับล่าสุดที่เว็บไซต์คุรุสภาโดยตรงก่อนดำเนินการขึ้นทะเบียนหรือต่อใบอนุญาตจริง
- อย่าสับสนระหว่าง “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” (ออกโดยคุรุสภา ใช้ได้ทั้งครูรัฐและเอกชน) กับ “สถานะข้าราชการ” (กำหนดโดย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ใช้กับครูในระบบราชการเท่านั้น)
- หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับใบอนุญาตหรือจรรยาบรรณวิชาชีพ ควรติดต่อคุรุสภาโดยตรงหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรอ้างอิงเฉพาะสรุปในบทความนี้
อ่านเพิ่มเติมและแหล่งทางการ
กฎหมายในคลัง
- พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
- กฎกระทรวงว่าด้วยการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูฯ พ.ศ. 2550
- พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
- ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ วิทยฐานะ พ.ศ. 2553
- พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะฯ พ.ศ. 2547
- พระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูฯ พ.ศ. 2547
แบบทดสอบ
ทดสอบความเข้าใจเบื้องต้นได้ที่ แบบทดสอบความรู้กฎหมายการศึกษา — แนะนำเลือกหมวด “ครูและบุคลากรทางการศึกษา”
แหล่งทางการ
- คุรุสภา — มาตรฐานวิชาชีพ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และจรรยาบรรณวิชาชีพ
- สำนักงาน ก.ค.ศ. — หลักเกณฑ์วิทยฐานะและการบริหารงานบุคคลข้าราชการครู
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ราชกิจจานุเบกษา