กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ คืออะไร?
เป็นกฎหมายแม่บทที่กำหนดหลักการ จุดมุ่งหมาย และโครงสร้างการจัดการศึกษาทั้งระบบของประเทศ ปัจจุบันบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
คำตอบสั้น ๆ สำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายการศึกษาไทย
รวมคำตอบสั้น ๆ สำหรับคำถามที่ผู้ใช้ถามบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายการศึกษาไทย — เป็นการสรุปเพื่อการเรียนรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
เป็นกฎหมายแม่บทที่กำหนดหลักการ จุดมุ่งหมาย และโครงสร้างการจัดการศึกษาทั้งระบบของประเทศ ปัจจุบันบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
ไม่ครับ คลังนี้คัดเลือกกฎหมายและระเบียบที่น่าสนใจและใช้งานบ่อยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยังมีกฎหมายอื่น ๆ ที่ไม่ได้รวมไว้ ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการเพิ่มเติมเมื่อต้องใช้อ้างอิงจริง
ไปที่หน้าคลังกฎหมาย แล้วใช้การค้นหาหรือเลือกหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง เช่น ครูและบุคลากร อุดมศึกษา หรือคุ้มครองเด็ก
เนื้อหาเป็นการสรุปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ควรตรวจสอบฉบับเต็มจากราชกิจจานุเบกษา หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนนำไปใช้งานจริง
ควรยึดเอกสารจากแหล่งทางการเป็นหลัก เช่น ราชกิจจานุเบกษา เว็บไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และตรวจสอบว่าเป็นฉบับล่าสุดที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว คู่มือในเว็บไซต์นี้มีขั้นตอนการตรวจสอบแบบละเอียด
ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายการศึกษา รัฐต้องจัดให้เด็กได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพเป็นเวลา 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ในขณะที่การศึกษาภาคบังคับกำหนดไว้ 9 ปี
รัฐธรรมนูญ 2560 (หมวดสิทธิด้านการศึกษา) →พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 →
การศึกษาภาคบังคับคือช่วงที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ปกครองต้องส่งเด็กเข้าเรียน โดยตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ผู้ปกครองต้องส่งเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 7 เข้าเรียนจนอายุย่างเข้าปีที่ 16 หรือจนจบการศึกษาภาคบังคับ และมีบทลงโทษหากไม่ส่งเด็กเข้าเรียนโดยไม่มีเหตุอันสมควร
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 →คู่มือ: การศึกษาภาคบังคับ ประเด็นพื้นฐานที่ควรรู้ →
ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ใช้วิธีนับอายุเด็กถึงวันที่ 16 พฤษภาคมของปีการศึกษานั้น เป็นเกณฑ์อ้างอิงให้โรงเรียนใช้ในการรับเด็กเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
กฎกระทรวงการนับอายุเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 →
ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 คนพิการมีสิทธิได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ มีแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และสถานศึกษาต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการที่เหมาะสม สอดคล้องกับการห้ามเลือกปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550
พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 →พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 →
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 กำหนดโทษไว้ 4 ประเภท ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยห้ามลงโทษด้วยวิธีรุนแรงหรือทำให้เจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ และต้องไม่ขัดกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 →พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 →
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็น “วิชาชีพควบคุม” จึงต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยมีคุรุสภาเป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณ และพิจารณาออก พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 →คู่มือ: กฎหมายวิชาชีพครู เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ →
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เส้นทางวิทยฐานะเริ่มจากครูผู้ช่วย ไปสู่ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ โดยมีคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลและกำหนดหลักเกณฑ์
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษามีหน้าที่รายงานหรือแจ้งเหตุเมื่อพบเด็กถูกทารุณกรรมหรือเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิด และห้ามลงโทษเด็กด้วยวิธีรุนแรงหรือทารุณ โดยมีระบบพนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กและสถานแรกรับรองรับ
ผู้บริหารสถานศึกษาควรเข้าใจโครงสร้างการบริหารราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก การบริหารงานบุคคล และการประกันคุณภาพ เว็บไซต์นี้มีคู่มือสรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ
คู่มือ: ผู้บริหารสถานศึกษาควรรู้กฎหมายเรื่องใดบ้าง →พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 →
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สถานศึกษาเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อเก็บข้อมูลนักเรียน บุคลากร หรือผู้ปกครอง ต้องขอความยินยอมก่อนเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูล และประเมินความเสี่ยงเมื่อใช้ระบบสารสนเทศ แอปพลิเคชัน หรือคลาวด์
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา) →